LinMO
v0.11.0 · เวอร์ชันทดลอง · ฟรีและโอเพนซอร์ส (MIT)

แอพ Linux บน Mac
เหมือนเป็นแอพ Mac

LinMO รัน Linux บน Virtualization.framework ของ Apple แล้วเปิดแอพ Linux แต่ละตัวเป็นหน้าต่าง Mac ของตัวเอง copy-paste ได้ ลากไฟล์ได้ เปิดจาก Spotlight ได้ และใช้พอร์ต SSH กับ Docker ของ Linux จาก Mac ได้เลย

Mac ชิป Apple (M1 ขึ้นไป) · macOS 14 Sonoma ขึ้นไป

ทำไมต้อง LinMO

ใช้ Linux ได้โดยไม่ต้องสลับไปอยู่ในโลกของ VM

แอพ Linux ทำงานร่วมกับ Mac ได้แทบไม่ต่างจากแอพ Mac ทั่วไป ตั้งแต่หน้าต่าง คีย์บอร์ด clipboard ไฟล์ เสียง ไปจนถึงเครือข่าย

หน้าต่างแยกทีละแอพ

แอพ Linux แต่ละตัวเปิดเป็นหน้าต่างของตัวเองบน Mac คมชัดบนจอ Retina และลื่นเพราะส่งเฉพาะส่วนที่เปลี่ยน ขยายหน้าต่างได้เต็มจอ Mac

  • Cmd ทำหน้าที่เป็น Ctrl
  • Control+คลิก = คลิกขวา
  • แอพ X11 และ Wayland รวมถึง Firefox แบบ snap

Clipboard และไฟล์ข้ามระบบ

copy-paste ได้ทั้งข้อความและรูปภาพ ทั้งสองทาง แม้ข้อความยาวหรือรูปใหญ่

  • ลากไฟล์จาก Finder เข้าแอพ Linux
  • ลากไฟล์จาก Linux ออกมาที่ Desktop
  • โฟลเดอร์และไดรฟ์ที่แชร์อัปเดตทันที

ไทยและอังกฤษ ครบทุกที่

พิมพ์ผ่านระบบพิมพ์ของ Mac สลับภาษาด้วยปุ่มเดิมที่คุ้นมือ และตัวแอพ LinMO เลือกเมนูไทยหรืออังกฤษได้

  • ฟอนต์และคีย์บอร์ดไทยพร้อมใช้
  • รองรับญี่ปุ่น จีน เกาหลี
  • คู่มือไทย/อังกฤษ ในเมนู Help (⌘?)

ติดตั้งคลิกเดียว

เลือก Debian 13, Ubuntu 24.04 หรือ Fedora ตั้งชื่อผู้ใช้ แล้วรอ แอพดาวน์โหลด ตรวจไฟล์ และตั้งค่าให้หมด

พักเครื่องแล้วทำต่อ

พักเครื่องที่รันอยู่ แล้วกลับมาที่แอพและไฟล์ที่เปิดค้างไว้ได้ในไม่กี่วินาที

Snapshot

บันทึกสถานะเครื่องแล้วย้อนกลับได้ในไม่กี่วินาทีด้วย APFS clone และมี snapshot "หลังติดตั้งเสร็จ" ให้อัตโนมัติ

ทำสำเนาเครื่อง

คัดลอกเครื่องทั้งเครื่องได้ทันที ไว้ลองของเสี่ยง ๆ โดยไม่กินพื้นที่ดิสก์เพิ่มเท่าตัว

เสียงและไมโครโฟน

Linux เล่นเสียงออกลำโพง Mac และใช้ไมโครโฟนของ Mac ได้เมื่อเปิดสวิตช์

Rosetta สำหรับ x86_64

รันโปรแกรม Linux รุ่น x86_64 ได้ และเปิดใช้กับเครื่องที่สร้างไปแล้วก็ได้

Wine คลิกเดียว

ปุ่ม Wine ติดตั้งให้ รวมถึง WineHQ + Rosetta สำหรับแอพ Windows 64 บิต แล้วดับเบิลคลิกไฟล์ .exe / .msi ได้เลย

LinMO Tools อัปเดตเอง

ตัวช่วยใน Linux อัปเดตทุกครั้งที่เปิดเครื่อง ฟีเจอร์ใหม่ของ LinMO จึงถึงเครื่องเองโดยไม่ต้องติดตั้งซ้ำ

เลือกหน้าจอได้

XFCE ที่เบาและเร็ว หรือ GNOME บน Debian และ Ubuntu เปิดเครื่องแล้วเข้า desktop เลย

หลายเครื่องในแอพเดียว

แยกเครื่องเรียน เครื่อง dev และเครื่อง lab ออกจากกัน แต่ละเครื่องมีแอพและการตั้งค่าของตัวเอง

ใช้ไฟล์ติดตั้งของคุณเอง

ติดตั้งจาก ISO แบบ ARM64 หรือเริ่มจากไฟล์ดิสก์ .img, .raw และ .qcow2

ดิสก์ปลอดภัย

มี lock กันไม่ให้ LinMO สองตัวเปิดเครื่องเดียวกัน และเขียนดิสก์แบบ fsync เพื่อกันไฟล์เสีย

เปิดแอพได้จากทุกที่

แอพ Linux อยู่ใน Spotlight, Launchpad และแถบเมนู

LinMO จำรายการแอพของแต่ละเครื่องไว้ ถ้าเครื่องยังปิดอยู่ แค่เลือกแอพ LinMO จะเปิดเครื่องให้แล้วเปิดแอพเป็นหน้าต่างแยกเมื่อพร้อม

Spotlightกด ⌘ Space แล้วพิมพ์ชื่อแอพ เช่น Firefox หรือ Terminal
เมนู "แอพ Linux"ไอคอนตารางบนแถบเมนู แยกตามเครื่องและหมวดหมู่
Launchpadเปิดใน Settings แล้วทางลัดจะอยู่ใน ~/Applications/แอพ Linux (LinMO)
ไฟล์ Mac ใน Linux

โฟลเดอร์และไดรฟ์โผล่ใน Linux เอง

ไม่ต้อง mount ไม่ต้องก๊อปไฟล์ แก้ใน Finder แล้วตัวจัดการไฟล์ใน Linux เห็นทันที และทุกที่มีทางลัดอยู่ในแถบข้างของตัวจัดการไฟล์

โฟลเดอร์แชร์หลักโฟลเดอร์ Mac ที่เลือกให้เครื่องนี้
→~/Mac
โฟลเดอร์เพิ่มเติมกี่โฟลเดอร์ก็ได้ เลือกอ่านอย่างเดียวได้
→~/MacFolders/<name>
ไดรฟ์ภายนอกUSB และฮาร์ดดิสก์ที่เสียบกับ Mac
→~/MacDrives/<drive>
สำหรับนักพัฒนา

ใช้ Linux จากเครื่องมือบน Mac

รันเซิร์ฟเวอร์ใน Linux แล้วเปิดใน Safari ได้ ต่อ VS Code ผ่าน SSH และสั่ง Docker จาก Terminal ของ Mac

พอร์ตที่ localhostโปรแกรมที่เปิดพอร์ตใน Linux ใช้จาก Mac ได้ที่ localhost พอร์ตเดียวกัน เมนูพอร์ตบอกว่าโปรแกรมไหนใช้พอร์ตไหน
SSHแต่ละเครื่องมี SSH บนพอร์ต Mac 2222, 2223 ขึ้นไป การเชื่อมต่อนาน ๆ อย่าง VS Code Remote-SSH ไม่หลุด
DockerDocker ใน Linux เปิดให้ Mac ใช้ที่ ~/.linmo/<ชื่อเครื่อง>.sock คัดลอกคำสั่งเดียวก็ได้ docker context บน Mac
# Mac Terminal
~ % ssh -p 2222 jee@localhost
~ % open http://localhost:8000
~ % docker context use linmo-dev
~ % docker run --rm hello-world
Hello from Docker!
ชุดสำเร็จรูป

เลือกสายของคุณ ได้เครื่องที่พร้อมทำงาน

ตอนสร้างเครื่อง เลือกชุดโปรแกรมได้ทันที LinMO ติดตั้งให้ระหว่างตั้งค่าครั้งแรก

เรียน Linux

man, vim, htop และเครื่องมือพื้นฐานสำหรับฝึกใช้คำสั่ง

Dev

VS Code, Docker, Python, Node.js, Go, Java

Security lab

nmap, Wireshark, John, hashcat, sqlmap

Data science

JupyterLab, pandas, scikit-learn, R + tidyverse

ออกแบบ

GIMP, Inkscape, Krita, Blender, darktable, Scribus

Debian 13Ubuntu 24.04FedoraARM64 ISO อื่นๆ.img · .raw · .qcow2
ใหม่ในเวอร์ชัน 0.11

ใกล้ชิดกับ Mac กว่าที่เคย

ใหม่

พักเครื่องแล้วกลับมาทำต่อ

กลับมาทำงานต่อจากจุดเดิมได้ทันที ตอนปิดแอพก็เลือก "พักเครื่องแล้วปิดแอพ" ได้

ใหม่

พอร์ต SSH และ Docker จาก Mac

พอร์ต Linux ใช้ที่ localhost, SSH ตั้งแต่พอร์ต 2222 และ Docker ผ่าน socket บน Mac

ใหม่

ไดรฟ์ภายนอกใน Linux

ไดรฟ์ที่เสียบกับ Mac โผล่ที่ ~/MacDrives พร้อมทางลัดในแถบข้างสำหรับผู้ใช้ทุกคน

ใหม่

แชร์หลายโฟลเดอร์ และทำสำเนาเครื่อง

แชร์โฟลเดอร์เพิ่มที่ ~/MacFolders และคัดลอกเครื่องได้ทันที

ใหม่

ไมโครโฟน snapshot อัตโนมัติ และ Tools อัปเดตเอง

ใช้ไมค์ของ Mac ใน Linux ได้ มี snapshot สภาพเพิ่งติดตั้ง และไม่ต้องรันตัวติดตั้ง Tools ซ้ำอีก

ใหม่

เมนูภาษาอังกฤษ

เลือก ไทย หรือ English ใน Settings และมีคู่มือสองภาษาในเมนู Help

แก้ไข

เสียงใน Ubuntu

ติดตั้งไดรเวอร์เสียง virtio และ PipeWire ให้อัตโนมัติ

แก้ไข

หน้าต่างแยกดีขึ้น

Firefox บน Wayland ขนาดถูกต้อง ขยายหน้าต่างได้อิสระ Firefox แบบ snap เปิดได้ และคลิกปุ่มในหน้าต่าง dialog ได้

เริ่มใช้งาน

จากศูนย์ถึงแอพ Linux บน Mac ในไม่กี่ขั้นตอน

เลือก distro

กด + แล้วเลือก Debian, Ubuntu หรือ Fedora

เลือกชุดและหน้าจอ

เลือกชุดโปรแกรม XFCE หรือ GNOME ตั้งชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และภาษา

กดติดตั้ง

ดาวน์โหลดครั้งแรกราว 450–600 MB ครั้งต่อไปใช้ไฟล์เดิมได้ทันที

เปิดเครื่อง

ตั้งค่าครั้งแรกราว 10–30 นาที ดูความคืบหน้าที่แถบด้านล่าง แล้วกด "หน้าต่างแยก"

$ git clone https://github.com/Little-Talk/LinMO---Mac-OS.git
$ cd LinMO---Mac-OS
$ ./scripts/build-app.sh release --run
Mac ชิป Apple (M1 ขึ้นไป)macOS 14 Sonoma ขึ้นไปXcode 15 / Swift 5.9+อินเทอร์เน็ตสำหรับติดตั้งคลิกเดียว

Linux ที่รู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของ Mac

ฟรี โอเพนซอร์ส และสร้างบนเทคโนโลยี virtualization ของ Apple เอง